KM#14 การปฐมพยาบาลเพื่อการปฏิบัติงานภาคสนาม

การปฐมพยาบาลเพื่อการปฏิบัติงานภาคสนาม

วิทยากร: นายแพทย์ณัฐพงษ์ เลปนานนท์

นายแพทย์ชำนาญการกลุ่มงานวิสัญญี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

สรุปความรู้โดย อ.ยุวรี โชคสวนทรัพย์

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม รับผิดชอบการจัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติงานภาคสนามเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งมีความเสี่ยงอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการเกิดอุบัติเหตุในขณะเดินทาง จึงได้จัดเสวนาโดยเชิญวิทยากรมาแนะให้ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้แก่อาจารย์ เพื่อนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนต่อไป ความรู้สำคัญที่สรุปได้มีดังนี้

การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support)

โดยปกติคนเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยออกซิเจนจากอากาศที่หายใจเข้าไป รวมถึงสารอาหารจำเป็นที่เข้าสู่ร่างกาย โดยเลือดเป็นตัวนำออกซิเจนและอาหารไปยังเซลต่างๆในร่างกาย และมีหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ แต่หากหัวใจหยุดทำงาน เซลต่างๆของร่างกายจะหยุดทำงานเช่นกัน เซลที่ไวต่อการขาดออกซิเจนมากที่สุด คือสมอง

ผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้น หรือหยุดหายใจ จะหมดสติและปลุกไม่ตื่น วิธีการช่วยเหลือมีขั้นตอนต่อไปนี้

  1. รวบรวมสติ อย่าตกใจ
  2. การประเมินว่าผู้ป่วยหมดสติ ปลุกไม่ตื่น ทำได้โดยการตบแรงๆที่หัวไหล่ เรียกให้รู้สึกตัว หากไม่มีการสนองตอบต้องรีบขอความช่วยเหลือโดยการโทรไปที่ระบบบริการแพทย์ฉุกเฉิน เบอร์โทร 1669

ระบบบริการแพทย์ฉุกเฉินจะแนะนำการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานอย่างรวดเร็วทางโทรศัพท์ตามขั้นตอน A B C ดังนี้

A: (Airway) เปิดทางเดินหายใจ

ตรวจจับชีพจรบริเวณคอผู้ป่วยว่ายังเต้นเป็นปกติหรือไม่ หากผู้ที่หมดสติ กล้ามเนื้อลิ้นจะอ่อนแรง ทำให้ลิ้นตกไปปิดทางเดินหายใจ ควรช่วยเหลือโดยการดันหน้าผากให้ศีรษะเงยไปข้างหลัง เชยคางขึ้น ลิ้นที่ติดอยู่กับกระดูกกรามจะถูกยกขึ้น ทำให้ทางเดินหายใจเปิดโล่ง

B: (Breathing) ประเมินการหายใจและช่วยหายใจ

– เมื่อเปิดทางเดินหายใจแล้ว ให้ประเมินว่าผู้ป่วยหายใจหรือไม่ โดยการมองดูว่าหน้าอกขยับตามจังหวะการหายใจ ฟังเสียงลมหายใจ และ รับสัมผัสลมหายใจ

– ใช้เวลาประเมินประมาณ 5 วินาที เพื่อสังเกตว่าผู้ป่วยหายใจได้ปกติหรือไม่

– ถ้าผู้ป่วยหายใจได้ปกติ ให้จัดผู้ป่วยนอนท่าพักฟื้น เพื่อให้ทางเดินหายใจเปิดตลอดเวลา

C: (Circulation) ประเมินระบบไหลเวียนและกดหน้าอก นวดหัวใจ

กรณีช่วยในข้อ B ไปแล้วผู้ป่วยไม่ตอบสนองอาการใด ต้องรีบทำการนวดหัวใจทันที

  1. เมื่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเดินทางมาถึงจะทำการกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว
  2. พึงระวังไว้ว่า ในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ต้องกระทำทันทีที่พบผู้ป่วย ซึ่งในขณะนั้นอุปกรณ์ช่วยชีวิตอาจมีจำนวนน้อยมากหรือไม่มีเลย

หากผู้ป่วยหยุดหายใจและขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองเกิน 5 นาที จะเป็นอันตรายอย่างที่สุด

ขั้นตอนการช่วยเหลือโดยการนวดหัวใจ

  1. นั่งคุกเข่า ในขนานกับหน้าอกผู้ป่วย
  1. กดที่ตำแหน่ง ครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก
  2. วัดหาตำแหน่งกด โดยใช้ระยะ 2 นิ้วมือจากลิ้นปี่ วางมือต่อจากนิ้วที่วัด
  1. ประกบมือซ้อนกัน กระดกปลายนิ้วขึ้น อย่าวางนิ้วมือแนบไปกับหน้าอก
  1. เหยียดแขนตึง บีบศอกเข้าหากัน
  2. ทิ้งน้ำหนักตัวผ่านแขนลงมาตรงๆ ตั้งฉากกับลำตัวผู้ป่วย
  3. กดหน้าอกให้ลึกประมาณ 2 นิ้ว แล้วปล่อยให้หน้าอกเด้งกลับคืน (ต้องระวังไม่ให้กระดูกซี่โครงผู้ป่วยหัก)
  4. กดในอัตราความเร็ว 100 ครั้ง/นาที
  5. อัตราส่วนการกดหน้าอกสลับกับการเป่าปาก = กดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับการเป่าปาก 2 ครั้ง
  1. ทำไปจนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวหรือได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์* ข้อควรรู้เพิ่มเติม *

    – กรณีมีผู้ช่วยชีวิต 2 คน ให้สลับกันนวดหัวใจคนละรอบ : นวด 30 เป่าปาก 2 (นับเป็น 1 รอบ)

    – กรณีผู้ป่วยเป็นเด็กทารกให้นวดหัวใจโดยการปั๊มหน้าอกจากนิ้วชี้และนิ้วกลาง (ไม่ต้องกดทั้งฝ่ามือ)

    – กรณีผู้ป่วยอายุ 1- 8 ปี ให้ปั้มหัวใจด้วยฝ่ามือเดียว

ขั้นตอนการช่วยเหลือโดยการเป่าลมเข้าปอด

  1. ให้ทำการเป่าลมเข้าปอด 2 ครั้ง เมื่อผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจ สลับการการช่วยนวดหัวใจ
  2. ให้ผู้ป่วยเจ็บนอนหงายราบกับพื้น ใช้ผ้านวมหรือให้หมอนรองบริเวณใต้ไหล่ระหว่างสะบักทั้งสองข้าง เพื่อให้หน้าแหงนมากที่สุดจนศีรษะตั้งฉากกับพื้นและปากอ้า
  3. ผู้ปฐมพยาบาลอยู่ด้านข้างศีรษะของผู้ป่วย ทำการเปิดทางหายใจ โดยจับศีรษะให้แหงนไปข้างหลังมาก ๆ (ยกคางแหงนคอ) จนสังเกตเห็นว่า หลังคอตึงมากหลอดลมขยายออกและลิ้นจะถูกดึงไปข้างหน้า ไม่ตกลงมา อุดหลอดลมใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือบีบจมูกผู้บาดเจ็บ อีกมือหนึ่งหนุนคางให้แหงน และใช้หัวแม่มือจับขากรรไกรล่างดึงให้ปากอ้าออก
  4. ผู้ทำการปฐมพยาบาลหายใจเข้าลึก ๆ ก้มหน้าลงอ้าปากประกบปากลงบนปากผู้ป่วยให้แนบสนิท เป่าลมเข้าปากผู้ป่วยให้หมด และชำเลืองดูหน้าอกของผู้บาดเจ็บที่ขยายตัวสูงขึ้น แล้วถอนปากออก เพื่อให้ลมในปอดผู้ป่วยถ่ายออกเมื่ออกยุบลง

การช่วยเหลือเมื่อผู้ป่วยสำลัก

หากผู้ป่วยมีอาการสำลักแล้วหายใจไม่ได้ พูดไม่ได้ หน้าเขียว เอามือกุมคอ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก อาหาร ฟันปลอม ของเล่น เมาสุรา อาเจียน ให้ทำการช่วยเหลือ ดังนี้

  1. ยืนอยู่หลังผู้ป่วย สอดมือทั้งสองโอบรอบลำตัวผู้ป่วย กำมือข้างหนึ่งวางไว้ที่ตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างสะดือ และลิ้นปี่ เอามืออีกข้างรองไว้
  2. ดึงรัดมือทั้งสองข้างเข้าหาตัว ในทิศทางเฉียงขึ้นจากช่องท้องไปช่องอก 4-5 ครั้ง
  3. การรัด กระแทก จะทำให้เกิดแรงดันในช่องท้องและช่องอก ดันให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่เลื่อนออกมาจนผู้ป่วยสามารถสำรอกสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมาได้

การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ

เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED : Automated External Defibrillator) สามารถให้การรักษาด้วยการช็อกไฟฟ้ากระตุกหัวใจได้โดยใช้กระแสไฟฟ้าเปิดโอกาสให้หัวใจกลับมาเต้นใหม่ในจังหวะที่ถูกต้อง เครื่อง AED ถูกออกแบบมาให้ใช้ง่ายสำหรับคนทั่วไป เนื่องจากเครื่องสามารถอธิบายการใช้งานได้ ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปมักจะติดตั้งไว้ในที่สาธารณะ เช่น สนามบิน

คำถามจากผู้เข้ารับการอบรม

คำถามที่ 1 : กรณีผู้ป่วยได้รับบาดแผล การห้ามเลือดควรใช้วิธีใดจึงจะดีและปลอดภัยที่สุด ?

คำตอบ : การห้ามเลือดในยุคปัจจุบัน ให้ใช้การปิดปากแผลก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องหาเชือกรัดเหนือบาดแผลเช่นที่เคยรับทราบมา เนื่องจากหากลืมคลายเชือกที่รัดเป็นระยะ จะทำให้ผู้ป่วยขาดเลือดไปเลี้ยงร่างกายส่วนนั้น ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้ (กรณีถูกงูกัดก็เช่นเดียวกัน ให้ปิดปากแผลแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล)

คำถามที่ 2 : กรณีเด็กจมน้ำควรปฐมพยาบาลอย่างไร ?

คำตอบ : หากเด็กจมน้ำจนหมดสติ ให้รีบทำการนวดหัวใจทันทีก่อนรถพยาบาลจะมาถึง ไม่ต้องนำร่างเด็กพาดบ่าแล้ววิ่งให้สำรอกน้ำเหมือนเมื่อก่อน

คำถามที่ 3 : กรณีมีการลื่นล้มโดยศีรษะกระแทกพื้น แต่ผู้ป่วยยังไม่มีอาการบ่งบอกว่าบาดเจ็บทางสมอง ควรต้องปฐมพยาบาลอย่างไร และจำเป็นต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลหรือไม่ ?

คำตอบ : ต้องประเมินสถานการณ์ว่าศรีษะกระแทกพื้นขั้นรุนแรงหรือไม่ เนื่องจากบางครั้งอาการยังไม่ได้แสดงออกในขณะนั้น ทางที่ดีควรนำส่งโรงพยาบาลและทำการ x-ray สมองต่อไป

 

คำถามที่ 4 : กรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคไต สามารถเว้นระยะการฟอกไตตามกำหนดได้นานเท่าใด ?

คำตอบ : ไม่ควรเกิน 1 วัน

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s