KM #34 Walking tour: เดินเท้าท่องเที่ยวย่านชุมชน

โดย อ.ภควดี วรรณพฤกษ์

 

ทั้งภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยืนต่อคิวยาวเพื่อเข้าชมพระบรมมหาราชวัง หรือภาพนักท่องเที่ยวยืนต่อราคากับแม่ค้าในตลาดจตุจักรก็ดี น่าจะกลายเป็นภาพตัวแทนพฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่คนกรุงหลายๆคนชินตาไปเสียแล้ว จนบางคนอาจจะถึงกับขมวดคิ้วมองอย่างฉงนใจ เมื่อได้เห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มเล็กๆเพียงไม่กี่คน เดินต้อยๆตามหลังไกด์คนไทยที่พาลัดเลาะไปตามตรอกซอยแคบๆ ในย่านที่ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ไม่มีตลาดใหญ่หรือห้างหรู มีเพียงชุมชนเก่าๆ ตลาดสดพื้นแฉะๆ กับร้านรวงหน้าตาไทยๆ

เขามา “เดิน” ดูอะไรกัน?

 

Walking tour: เที่ยวด้วยสองเท้า

Walking tour หรือทัวร์เดินเท้า เป็นรูปแบบการนำเที่ยวที่มีลักษณะพิเศษตามชื่อ กล่าวคือ มัคคุเทศก์ผู้นำเที่ยวจะนำนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก ขนาดไม่เกิน 10-12 คน เดินเยี่ยมชมจุดน่าสนใจต่างๆ ซึ่งอยู่ในระยะทางที่สามารถเดินถึงกันได้ในเวลาไม่กี่นาที การนำเที่ยวแบบ Walking tour จึงมักครอบคลุมบริเวณพื้นที่เล็กๆเพียงพื้นที่เดียว แต่ชดเชยด้วยการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบลึกซึ้งที่ทัวร์นั่งรถบัสไม่สามารถมอบให้ได้ เช่น เดินลัดเลาะเข้าไปในย่านชุมชนเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น เยี่ยมชมสถานที่ประเภท “สมบัติลับของชุมชน” ที่ไม่มีในไกด์บุ้ค และชิมอาหารพื้นบ้านที่หากินได้ยาก Walking tour บางโปรแกรมอาจจัดให้นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชนอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การทำงานฝีมือ การทำอาหาร หรือร่วมกันเต้นระบำพื้นบ้าน เป็นต้น

การเดินเท้าเที่ยวในแบบ Walking tour ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะความต้องการประสบการณ์ที่เป็น “ของแท้ (authentic)” มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่มองว่า สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกของแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนต่างหาก คือแก่นในที่ต้องการสัมผัส พวกเขาอาจจะชอบความสวยงามของวัดพระแก้ว และรู้สึกว่าต้องไปเยี่ยมชมให้ได้สักครั้งเพื่อให้รู้สึกว่ามาถึงที่แล้ว แต่พวกเขาอยากจะใช้เวลาค่อยๆเดินชมวัดสวยงามอื่นๆที่คนไทยนิยมไป ได้ลองกินอาหารเหมือนที่คนไทยกิน และได้เห็นว่าคนไทยใช้ชีวิตอย่างไร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการผู้สื่อความหมายที่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้พวกเขาเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น ซึ่ง Walking tour สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ทั้งหมด อีกทั้งยังมอบประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ใช่การท่องเที่ยวแบบที่ใครๆก็ไปกัน ช่วยเสริมความภาคภูมิใจของนักท่องเที่ยวจากการได้สัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณค่า ซึ่งไม่ซ้ำกับคนอื่น

ในแง่ของประโยชน์ของ Walking tour ต่อแหล่งท่องเที่ยว นอกจากการกระจายรายได้สู่ชุมชนแล้ว การนำนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมย่านชุมชนเก่าแก่และทำกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชน อาจช่วยในเรื่องการพลิกฟื้นให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ยกตัวอย่างโปรแกรม Walking tour ในกรุงเทพมหานครของบริษัทแห่งหนึ่ง ทางบริษัทได้ฝึกให้ตัวแทนชุมชนมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์บรรยายและพาชมชุมชน โดยมีมัคคุเทศก์ผู้ช่วยของบริษัทเป็นผู้แปลภาษาให้ ซึ่งบางคนผู้สูงอายุวัยหลังเกษียณที่ทางบริษัทช่วยสอนให้ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อช่วยในการทำงาน ส่วนในโปรแกรมเส้นทางตลาดนางเลิ้งมีการจัดให้นักท่องเที่ยวเรียนรำชาตรีจากสมาชิกผู้สูงอายุนางเลิ้ง กลายเป็นนัดหมายประจำเดือนที่ผู้สูงอายุในชุมชนต่างรอคอย

ปัจจุบัน Walking tour เป็นรูปแบบการนำเที่ยวในพื้นที่เขตเมือง (urban tourism) ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเมืองท่องเที่ยวของยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกาเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการโดยบริษัทนำเที่ยว มีค่าใช้จ่ายต่อคนเริ่มต้นที่ประมาณ 1,500 บาท – 2,000 บาท ในบางพื้นที่อาจมีการจัด Walking tour แบบไม่แสวงหากำไรโดยองค์กรภาครัฐ NGO หรือชุมชน โดยผนวกเข้ากับกิจกรรมจิตอาสาสมัครมัคคุเทศก์ หรือ Volunteer guide ที่สามารถตอบโจทย์ด้านสังคมได้อีก

ในประเทศไทยมีการจัดนำเที่ยวในรูปแบบของ Walking tour มานานพอสมควรแล้ว ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมสัญจรเส้นทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร โดยชมรมสยามทัศน์ แต่ไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่คนไทยทั่วไปนัก ธุรกิจนำเที่ยว Walking tour ของประเทศไทยจึงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก มีค่าใช้จ่ายต่อคนเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 บาท ซึ่งธีมหลักที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ การสำรวจย่านชุมชน เส้นทางอาหารท้องถิ่น (food tour) และทัวร์ถ่ายรูป (photography tour) ส่วนเส้นทางที่ได้รับความนิยม และมีการจัดนำเที่ยวโดยหลายบริษัท ได้แก่ ย่านบางรัก เยาวราช และบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์

Walking tour: ช่องทางใหม่สำหรับนักศึกษาการท่องเที่ยว

จากการพูดคุยกับมัคคุเทศก์และผู้ประกอบการ Walking tour พบว่าธุรกิจการนำเที่ยวประเภท Walking tour ในกรุงเทพมหานครกำลังเติบโตขึ้น และเริ่มขยายออกไปยังเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่ และภูเก็ต แม้จะมีการแข่งขันระหว่างบริษัทที่ขายทัวร์ในเส้นทางเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความต้องการจากนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆด้วย จึงยังมีความต้องการมัคคุเทศก์อยู่พอสมควร

สำหรับการทำงานเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยว Walking tour นั้น ต้องการคุณสมบัติที่แตกต่างจากมัคคุเทศก์ทั่วไปเล็กน้อย มัคคุเทศก์ Walking tour ไม่จำเป็นจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับศิลปะและประวัติศาสตร์ไทยในเชิงลึก แต่จะต้องมีความรู้และความเชี่ยวชาญในหัวข้อของเส้นทางนำเที่ยว เช่น หากเป็นมัคคุเทศก์ food tour ก็ควรมีความรู้รอบเรื่องอาหารไทย ทั้งเรื่องที่มาของวัตถุดิบ ขั้นตอนการปรุง และประวัติศาสตร์เรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับอาหาร รวมถึงต้องรู้เรื่องราวเกี่ยวกับย่านชุมชนที่อยู่ในเส้นทางนำเที่ยวด้วย ทักษะทางภาษาก็เป็นสิ่งที่สำคัญเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ ต้องสามารถบรรยายเป็นภาษาอังกฤษได้ และมีบางบริษัทที่เริ่มมองหามัคคุเทศก์สำหรับ Walking tour ในภาษาฝรั่งเศส จีน รัสเซีย และญี่ปุ่นอีกด้วย

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน การท่องเที่ยว คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s